เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำ NH₄-N เฝ้าระวังก่อนเกินมาตรฐาน

อัพเดทล่าสุด: 28 ต.ค. 2026
85 ผู้เข้าชม
เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำ

เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำ (NH-N) เฝ้าระวังน้ำเสียโรงงานก่อนเกินค่ามาตรฐาน

เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำช่วยให้โรงงานรู้ค่าแอมโมเนียไนโตรเจนในน้ำเสียได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอผลแล็บหลายวัน บทความนี้อธิบายว่าแอมโมเนียในน้ำทิ้งมาจากไหน อันตรายอย่างไร และวิธีเลือกเซนเซอร์ให้เหมาะกับโรงงานอาหาร โรงงานยาง และระบบบำบัดน้ำเสีย

แอมโมเนียในน้ำทิ้งมาจากไหน อันตรายอย่างไร

แอมโมเนียในน้ำทิ้งส่วนใหญ่มาจากการย่อยสลายโปรตีนในน้ำเสียจากโรงงานอาหาร โรงฆ่าสัตว์ และอาหารทะเล จากสารรักษาสภาพน้ำยางสดในโรงงานยาง และจากปุ๋ยหรือของเสียจากคนและสัตว์ แอมโมเนียเป็นพิษต่อปลาและสัตว์น้ำ ดึงออกซิเจนในแหล่งน้ำ และเป็นสารอาหารที่ทำให้สาหร่ายเติบโตผิดปกติ

แอมโมเนียไนโตรเจน (NH-N) คืออะไร

แอมโมเนียไนโตรเจน คือปริมาณไนโตรเจนที่อยู่ในรูปแอมโมเนียในน้ำ วัดเป็นมิลลิกรัมไนโตรเจนต่อลิตร (mg/L NH-N) ในน้ำ แอมโมเนียอยู่ได้ 2 รูปแบบ คือ แอมโมเนียมไอออน (NH) ซึ่งเป็นพิษต่ำ และ แอมโมเนียอิสระ (NH) ซึ่งเป็นพิษสูงต่อสัตว์น้ำ สัดส่วนของสองรูปแบบนี้เปลี่ยนไปตามค่า pH และอุณหภูมิของน้ำ

ที่ pH ประมาณ 7 แอมโมเนียเกือบทั้งหมดอยู่ในรูป NH แต่เมื่อ pH สูงขึ้นถึงราว 9.25 สัดส่วนของ NH จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณครึ่งหนึ่ง น้ำเสียที่มีแอมโมเนียสูงและเป็นด่างจึงอันตรายกว่ามาก การใช้เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำคู่กับเซนเซอร์ pH จึงให้ภาพความเสี่ยงที่ครบกว่า

แอมโมเนียในน้ำทิ้งโรงงานมาจากไหน

แหล่งที่มา สาเหตุของแอมโมเนีย
โรงงานอาหาร โรงฆ่าสัตว์ อาหารทะเล เลือด เศษเนื้อ และโปรตีนในน้ำล้าง ถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายจนเกิดแอมโมเนีย
โรงงานยางและน้ำยางข้น ใช้แอมโมเนียรักษาสภาพน้ำยางสด แอมโมเนียส่วนหนึ่งจึงปนออกมากับน้ำเสีย
ฟาร์มปศุสัตว์และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ มูลสัตว์ ปัสสาวะ และอาหารที่เหลือ สะสมจนค่าแอมโมเนียในน้ำสูงขึ้น
น้ำเสียชุมชนและอาคาร ของเสียจากห้องน้ำและน้ำเสียจากครัว

แอมโมเนียในน้ำทิ้งอันตรายอย่างไร

เป็นพิษต่อปลาและสัตว์น้ำ

แอมโมเนียอิสระทำลายเหงือกของปลาแม้ในความเข้มข้นต่ำ น้ำทิ้งที่มีแอมโมเนียสูงจึงทำให้ปลาในแหล่งน้ำตายได้ และเป็นสาเหตุของการร้องเรียนจากชุมชนรอบโรงงาน

ดึงออกซิเจนในแหล่งน้ำ

จุลินทรีย์ในธรรมชาติเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนเตรตโดยใช้ออกซิเจนจำนวนมาก แอมโมเนีย 1 กรัมต้องใช้ออกซิเจนราว 4.6 กรัม แหล่งน้ำที่รับแอมโมเนียมากจึงขาดออกซิเจนได้ง่าย

ทำให้สาหร่ายเติบโตผิดปกติ

ไนโตรเจนเป็นสารอาหารของพืชน้ำ แอมโมเนียที่ปล่อยออกมามากจึงทำให้สาหร่ายเติบโตผิดปกติ น้ำเน่าเสีย และส่งกลิ่นรบกวน

เสี่ยงน้ำทิ้งไม่ผ่านมาตรฐาน

มาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดค่าไนโตรเจนในรูป TKN ไว้ หากระบบบำบัดกำจัดแอมโมเนียได้ไม่ดี น้ำทิ้งอาจเกินค่ามาตรฐาน ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดที่ใช้กับประเภทโรงงานของตนเอง

เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำทำงานอย่างไร

เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำแบบออนไลน์ที่นิยมใช้ในงานน้ำเสียมี 2 กลุ่มหลัก แต่ละแบบเหมาะกับงานและงบประมาณต่างกัน

แบบอิเล็กโทรดเลือกไอออน (ISE)

วัดแอมโมเนียมไอออนผ่านเมมเบรนที่เลือกจับไอออนเฉพาะ จุ่มในบ่อได้โดยตรง ให้ค่าแบบเรียลไทม์ ติดตั้งง่าย ราคาเหมาะกับการเฝ้าระวังต่อเนื่อง รุ่นที่ดีมีการชดเชยอุณหภูมิ pH และไอออนโพแทสเซียมที่รบกวนค่า

แบบเครื่องวิเคราะห์ออนไลน์ (Analyzer)

ดูดตัวอย่างน้ำมาทำปฏิกิริยากับน้ำยาแล้ววัดค่า ให้ความแม่นยำสูงกว่า แต่ราคาสูง ต้องเติมน้ำยาเป็นประจำ และให้ผลเป็นรอบ ไม่ต่อเนื่องเท่าแบบจุ่ม

สำหรับโรงงานส่วนใหญ่ที่ต้องการเฝ้าระวังแนวโน้มและแจ้งเตือนล่วงหน้า เซนเซอร์แบบ ISE ที่ต่อเข้าระบบ IoT เป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้มค่า ส่วนผลที่ใช้รายงานตามกฎหมายยังต้องมาจากห้องปฏิบัติการ

ควรติดตั้งเซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำที่จุดไหน

1
บ่อรวมน้ำเสียขาเข้า
รู้ภาระแอมโมเนียที่เข้าระบบ เตือนเมื่อมีน้ำเสียเข้มข้นจากไลน์ผลิตไหลเข้ามากะทันหัน
2
ท้ายบ่อเติมอากาศ
ตรวจว่ากระบวนการเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนเตรตทำงานครบหรือไม่ และใช้ร่วมกับค่า DO ในการปรับการเติมอากาศ
3
บ่อพักก่อนปล่อยน้ำทิ้ง
เป็นด่านสุดท้าย ใช้แจ้งเตือนหรือสั่งหยุดปั๊มระบายเมื่อค่าแอมโมเนียสูงผิดปกติ

วิธีเลือกเซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำ

ควรตรวจสอบย่านการวัดให้ครอบคลุมค่าจริงของน้ำเสีย เพราะน้ำเสียขาเข้าของโรงงานยางหรือโรงงานอาหารอาจมีค่าสูงกว่าน้ำทิ้งหลายเท่า เลือกรุ่นที่มีการชดเชยอุณหภูมิและ pH มีสัญญาณดิจิทัล RS485 Modbus RTU สำหรับต่อเข้า PLC และแพลตฟอร์ม IoT และมีมาตรฐานกันน้ำ IP68 สำหรับติดตั้งแบบจุ่ม

อีกเรื่องที่สำคัญคือการบำรุงรักษา เซนเซอร์แบบ ISE ต้องคาลิเบรตเป็นประจำและเปลี่ยนเมมเบรนตามอายุใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด ควรวางแผนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตั้งแต่ต้น และติดตั้งในตำแหน่งที่ถอดขึ้นมาล้างได้สะดวก

ใครควรใช้เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำ

โรงงานอาหารและแปรรูปเนื้อสัตว์ ที่น้ำเสียมีโปรตีนสูง ต้องการรู้ล่วงหน้าก่อนน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน

โรงงานยางและน้ำยางข้น ที่มีแอมโมเนียจากกระบวนการผลิตปนในน้ำเสียโดยตรง

ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Activated Sludge ที่ต้องการคุมการกำจัดไนโตรเจนและการเติมอากาศให้มีประสิทธิภาพ

ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ต้องเฝ้าระวังแอมโมเนียสะสมในบ่อและระบบน้ำหมุนเวียน

เซนเซอร์แนะนำสำหรับเฝ้าระวังแอมโมเนีย

เซนเซอร์วัดแอมโมเนียไนโตรเจน (NH-N)

วัดค่าแอมโมเนียไนโตรเจนในน้ำเสียแบบต่อเนื่อง ติดตั้งแบบจุ่มในบ่อ สัญญาณ RS485 Modbus RTU ต่อเข้า PLC และระบบ IoT เพื่อดูค่าและแจ้งเตือนได้ทันที

เซนเซอร์วัดค่า pH สำหรับน้ำเสีย

ใช้คู่กับการวัดแอมโมเนีย เพื่อประเมินสัดส่วนแอมโมเนียอิสระที่เป็นพิษ และดูแลสภาพบ่อบำบัดให้เหมาะกับจุลินทรีย์ สัญญาณ RS485 Modbus RTU ต่อเข้าระบบเดียวกันได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เซนเซอร์วัดแอมโมเนีย ในน้ำ

แอมโมเนียในน้ำทิ้งมาจากไหน

มาจากการย่อยสลายโปรตีนในน้ำเสียโรงงานอาหารและโรงฆ่าสัตว์ สารรักษาสภาพน้ำยางในโรงงานยาง มูลสัตว์ในฟาร์ม และของเสียจากห้องน้ำในน้ำเสียชุมชน

แอมโมเนียกับแอมโมเนียมต่างกันอย่างไร

แอมโมเนียม (NH) เป็นรูปที่มีประจุและพิษต่ำ ส่วนแอมโมเนียอิสระ (NH) เป็นพิษสูงต่อสัตว์น้ำ เมื่อน้ำเป็นด่างและอุณหภูมิสูงขึ้น สัดส่วนแอมโมเนียอิสระจะเพิ่มขึ้น

เซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำแม่นยำพอใช้รายงานตามกฎหมายไหม

เซนเซอร์ออนไลน์เหมาะกับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนล่วงหน้า ส่วนผลที่ใช้รายงานต่อหน่วยงานราชการยังต้องมาจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง

ลดแอมโมเนียในน้ำเสียทำได้อย่างไร

วิธีที่นิยมคือการบำบัดทางชีวภาพที่เปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนเตรตในบ่อเติมอากาศ ซึ่งต้องคุมค่า DO และ pH ให้เหมาะสม รวมถึงลดการปล่อยน้ำเสียเข้มข้นจากไลน์ผลิตลงระบบพร้อมกัน

ต้องการเฝ้าระวังแอมโมเนียในน้ำเสียโรงงาน

E-Power ช่วยเลือกเซนเซอร์วัดแอมโมเนียในน้ำให้เหมาะกับหน้างาน พร้อมออกแบบตู้ควบคุม PLC/HMI ติดตั้ง และเชื่อมต่อ Dashboard IoT พร้อมระบบแจ้งเตือน

ปรึกษาทีมวิศวกรทาง LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy