Chlorophyll Sensor & Blue-Green Algae Sensor เฝ้าระวังสาหร่ายสะพรั่งในแหล่งน้ำและบ่อเลี้ยง

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ค. 2026
14 ผู้เข้าชม
Chlorophyll Sensor & Blue-Green Algae Sensor

Chlorophyll Sensor & Blue-Green Algae Sensor คือเซนเซอร์ที่วัดปริมาณคลอโรฟิลล์และเม็ดสีของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (ไซยาโนแบคทีเรีย) ในน้ำด้วยหลักการเรืองแสง (Fluorescence) ช่วยให้ผู้ดูแลแหล่งน้ำและบ่อเลี้ยง ตรวจจับการเพิ่มจำนวนของสาหร่ายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนจะกลายเป็นบลูมที่เป็นอันตราย จึงเป็นเครื่องมือ "เตือนภัยล่วงหน้า" ที่ลดความเสี่ยงออกซิเจนตกและการตายของสัตว์น้ำได้แบบเรียลไทม์ 

สาหร่ายสะพรั่งคืออะไร ทำไมจึงอันตราย

สาหร่ายสะพรั่งเกิดเมื่อน้ำมีธาตุอาหารสะสมมากเกินไป (โดยเฉพาะไนโตรเจนและฟอสฟอรัส) ร่วมกับอากาศอบอุ่นและแสงแดด ทำให้สาหร่ายและไซยาโนแบคทีเรียเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ผลกระทบที่ตามมาได้แก่ ออกซิเจนในน้ำตกฮวบในเวลากลางคืน (เพราะสาหร่ายหายใจแย่งออกซิเจน) บางชนิดปล่อยสารพิษ และยังอุดตันเหงือกสัตว์น้ำ ส่งผลให้กุ้งปลาเครียดหรือตายยกบ่อ

วัด 2 เม็ดสี เพื่อบอก 2 เรื่อง

หัวใจของเซนเซอร์กลุ่มนี้คือการวัดเม็ดสีเรืองแสง 2 ชนิด ซึ่งให้ข้อมูลคนละมุม:

  • Chlorophyll-a (คลอโรฟิลล์)
    เม็ดสีที่มีอยู่ในสาหร่ายและแพลงก์ตอนพืชทุกชนิด จึงใช้เป็นตัวบ่งชี้ "ปริมาณสาหร่ายโดยรวม" ในน้ำ
  • Phycocyanin (ไฟโคไซยานิน)
    เม็ดสีเฉพาะของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (ไซยาโนแบคทีเรีย) จึงใช้ "แยกชี้เฉพาะ" กลุ่มที่มักสร้างสารพิษในน้ำจืด

พูดง่ายๆ คือ คลอโรฟิลล์บอก "สาหร่ายเยอะแค่ไหน" ส่วนไฟโคไซยานินบอก "เป็นชนิดอันตรายหรือไม่" (ในน้ำทะเลจะใช้เม็ดสี Phycoerythrin แทน)

Chlorophyll Sensor & Blue-Green Algae Sensor ทำงานอย่างไร

เซนเซอร์ใช้หลักการ In-Vivo Fluorescence คือยิงแสง LED ความยาวคลื่นเฉพาะไปที่น้ำ เม็ดสีในเซลล์สาหร่าย จะดูดซับแล้วคายแสงเรืองออกมา เซนเซอร์วัดความเข้มของแสงเรืองนี้แล้วแปลงเป็นค่าปริมาณสาหร่าย โดยวัดได้ทันที ไม่ต้องใช้สารเคมีและไม่ต้องเก็บตัวอย่าง ค่าที่ได้เป็นค่าเชิงเปรียบเทียบที่เหมาะกับการ "ติดตามแนวโน้ม" และเตือนภัยล่วงหน้า มากกว่าการวัดสารพิษเชิงปริมาณแบบห้องแล็บ

วงจรการเกิดบลูม และจุดที่เซนเซอร์เข้าช่วย

  • ธาตุอาหารสะสม จากอาหารเหลือและของเสีย ทำให้ไนโตรเจน/ฟอสฟอรัสสูงขึ้น
  • สาหร่ายเริ่มเพิ่มจำนวน ค่าคลอโรฟิลล์ค่อย ๆ สูงขึ้น — จุดนี้เซนเซอร์ตรวจจับได้ก่อนตาเปล่าเห็น
  • บลูมเต็มที่ น้ำเปลี่ยนสี ไฟโคไซยานินพุ่งสูงหากเป็นไซยาโนแบคทีเรีย
  • ออกซิเจนตก/สารพิษ สัตว์น้ำเครียดและเสี่ยงตาย หากไม่ได้จัดการทัน

วัดด้วยเซนเซอร์ออนไลน์ vs ส่งห้องแล็บ

เซนเซอร์เรืองแสงออนไลน์

  • รู้ผลทันทีแบบเรียลไทม์ 24 ชม.
  • ไม่ต้องใช้สารเคมี
  • เตือนภัยล่วงหน้าก่อนบลูม
  • ต่อ IoT แจ้งเตือนผ่านมือถือได้

การส่งตัวอย่างไปห้องแล็บ

  • รอผลหลายวัน อาจสายเกินแก้
  • มีค่าใช้จ่ายต่อครั้ง
  • เป็นค่า ณ จุดเวลาเดียว
  • ไม่เหมาะกับการเฝ้าระวังต่อเนื่อง

เหมาะกับงานแบบไหน

  • บ่อเลี้ยงกุ้งและปลา เฝ้าระวังบลูมที่ทำให้ออกซิเจนตกตอนกลางคืน
  • อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำดิบประปา เฝ้าระวังไซยาโนแบคทีเรียที่อาจสร้างสารพิษ
  • แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ งานติดตามคุณภาพน้ำเชิงสิ่งแวดล้อม
  • โรงงานที่ใช้น้ำหล่อเย็น ป้องกันสาหร่ายเกาะระบบ

เซนเซอร์ที่แนะนำ

Online Multi-parameter Water Quality Sensor — รองรับการต่อเซนเซอร์ดิจิทัลได้สูงสุด 6 ตัว รวมถึงช่องวัด คลอโรฟิลล์ พร้อม DO, ค่าการนำไฟฟ้า, ความขุ่น, pH และ ORP เหมาะกับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแบบครบในจุดเดียว

AQUALABO Probe TRIPOD — หัววัดดิจิทัลแบบ Multiparameter ที่เลือกติดตั้งเซนเซอร์ตระกูลออปติคอล/ฟลูออเรสเซนต์ได้ พร้อมค่าพื้นฐาน เช่น DO, pH, อุณหภูมิ รองรับ RS485/SDI-12 เหมาะกับงานภาคสนามและบ่อเลี้ยง

Remond RMD-1008A Multiparameter Controller — คอนโทรลเลอร์มอนิเตอร์ออนไลน์ 24 ชม. เชื่อมเซนเซอร์ได้สูงสุด 12 ตัว รวมคลอโรฟิลล์และค่าน้ำอื่น พร้อมเอาต์พุต RS485 และรีเลย์สำหรับสั่งงานอุปกรณ์


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy