เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดิน (Soil Moisture Sensor) คืออะไร? พร้อมหลักการทำงานและวิธีใช้งาน

อัพเดทล่าสุด: 23 เม.ย. 2026
10 ผู้เข้าชม

เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดิน (Soil Moisture Sensor) เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยโพรบสแตนเลสและโพรบกันน้ำ ออกแบบมาเพื่อฝังลงในดินหรือโครงสร้างเขื่อนได้เป็นระยะเวลานาน ทำหน้าที่ตรวจวัดความชื้นทั้งบริเวณผิวดินและดินชั้นลึกแบบออนไลน์ เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เก็บข้อมูล หรือระบบควบคุม PLC อุปกรณ์นี้จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการเฝ้าระวังความชื้นแบบกำหนดจุด หรือการวัดแบบเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบ Smart Farm และระบบรดน้ำอัตโนมัติ 

หลักการทำงานของ เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดิน

การวัดความชื้นในดินมีหลายวิธี โดยแต่ละวิธีมีจุดเด่นและรูปแบบการประยุกต์ใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้:

1. วิธีการอบแห้ง (Drying Method)

เป็นวิธีมาตรฐานดั้งเดิมที่ให้ความแม่นยำสูง โดยการนำตัวอย่างดินไปอบในเตาที่อุณหภูมิ 105°C จนกว่าน้ำหนักจะคงที่ ปริมาณความชื้นที่หายไปคือความชื้นในดิน โดยใช้สูตรคำนวณคือ:

Soil Moisture Content = frac{W}{M} times 100%

(เมื่อ M คือน้ำหนักดินก่อนอบ และ W คือน้ำหนักของน้ำที่หายไป)

ข้อเสีย: แม้จะแม่นยำ แต่ไม่สามารถแสดงผลแบบเรียลไทม์ได้ จึงไม่เหมาะกับระบบ Industrial Automation

2. วิธีวัดค่าความต้านทาน (Resistance Method)

ใช้บล็อกยิปซัม ไนลอน หรือใยแก้วฝังในดิน เมื่อความชื้นในวัสดุเหล่านี้สมดุลกับดิน จะสามารถอ่านค่าความต้านทานเพื่อนำไปเทียบเคียงเป็นเปอร์เซ็นต์ความชื้นได้

3. วิธี TDR (Time Domain Reflectometry)

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในยุค 1980 ใช้หลักการสะท้อนกลับของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสายส่ง (Transmission Line) มีความโดดเด่นคือ ไม่ได้รับผลกระทบจากประเภทของดิน ความหนาแน่น หรืออุณหภูมิ อีกทั้งยังสามารถวัดความชื้นภายใต้สภาวะดินเยือกแข็ง พร้อมทั้งมอนิเตอร์ปริมาณน้ำและเกลือในดินได้พร้อมกัน ตอบสนองไวใน 10-20 วินาที

4. วิธี FDR (Frequency Domain Reflectometry)

ใช้หลักการแกว่งของความถี่สูง (High-frequency Oscillation) โดยวัดค่าการยอมให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่าน (Dielectric Constant) ของดิน วิธีนี้ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาต้นทุนที่สูงของ TDR โดย FDR มีราคาถูกกว่า วัดผลได้เร็วกว่า และให้ความแม่นยำสูงมาก เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดินรุ่นใหม่ๆ รวมถึงอุปกรณ์เกรดอุตสาหกรรม มักใช้หลักการ FDR นี้ เพื่อส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เข้าสู่ IoT Platform

การต่อสายสัญญาณและการคำนวณค่า (Wiring and Calculation)

เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้งานร่วมกับระบบ SCADA หรือ CODESYS ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การตั้งค่าและต่อสายสัญญาณที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ

1. สัญญาณเอาต์พุตแบบ RS485 (Modbus-RTU)

รองรับแรงดันไฟกว้าง 5~24V DC ในการเดินสาย 485 ต้องระวังไม่ให้สาย A/B สลับกัน และที่อยู่ (Address) ของอุปกรณ์บนบัสจะต้องไม่ซ้ำกัน

  • สายสีแดง (Red): ไฟเลี้ยงขั้วบวก (+)
  • สายสีดำ (Black): ไฟเลี้ยงขั้วลบ (GND)
  • สายสีเหลือง (Yellow): 485-A
  • สายสีขาว (White): 485-B
  • สายสีเขียว (Green): สายชีลด์ (Shield)

ตัวอย่างการอ่านค่า Modbus-RTU:

  • หากส่งคำสั่งอ่านค่าไปยัง Address 0x01 ด้วย Function Code 0x03 (อ่าน Register 0001H)
  • และได้รับ Response เป็น 0x0F 0x2D
  • ให้แปลงค่า Hexadecimal เป็น Decimal: 0x0F2D = 3885
  • ค่าความชื้นในดินที่แท้จริงคือ (หารด้วย 100) = 38.85%

2. สัญญาณเอาต์พุตแบบอนาล็อก (Analog Output)

  • การแปลงสัญญาณกระแส (4-20mA): สมมติช่วงการวัด 0~100% สแปนของกระแสคือ 16mA (20 - 4) หรือคิดเป็นสัดส่วน 100% / 16mA = 6.25%/mA
    หากวัดสัญญาณได้ 12mA การคำนวณคือ:
    Moisture = (12mA - 4mA) x 6.25%/mA = 50%
  • การแปลงสัญญาณแรงดัน (0-10V): สมมติช่วงการวัด 0~100% สแปนของแรงดันคือ 10V หรือคิดเป็นสัดส่วน 100% / 10V = 10%/V
    หากวัดสัญญาณได้ 5V การคำนวณคือ:
    Moisture = (5V - 0V) x 10%/V = 50%

บทสรุป

การเลือกใช้ เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดิน (Soil Moisture Sensor) ที่มีมาตรฐานสูงและให้ค่าที่แม่นยำ คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรสู่ระบบ สมาร์ทฟาร์ม การบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบควบคุมอัตโนมัติ จะช่วยลดต้นทุนทรัพยากรน้ำและเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ หากคุณกำลังมองหาโซลูชันเครื่องมือวัดทางอุตสาหกรรม หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญในการวางระบบ IoT และ Automation แบบครบวงจร บริษัท อี-พาวเวอร์ เซอร์วิส จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบระบบให้ตรงกับความต้องการของคุณ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.epower.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy